บทที่ 8 สามแม่ลูกหารือร่วมกัน

เซี่ยหรันเซียนก็ร้องขึ้นเพื่อเรียกทุกคนที่อยู่ในศาลาให้มาที่ริมน้ำ โดยทุกคนคิดว่าเซี่ยหรูอวี้จะแย่งของจากมือของเซี่ยหรันเซียนจึงได้เกิดการกระชากผลักตัวกันขึ้น เซี่ยหรูอวี้ก็พลาดท่าตกลงไปในน้ำ

กว่าที่สาวใช้ของนางจะเข้ามาช่วยนางขึ้นจากน้ำได้ก็กินเวลาไปนานแล้ว คนอื่นรวมทั้งเซี่ยหรันเซียนก็ตกใจจนได้ถอยกลับไปอยู่ภายในศาลาอย่างไม่รู้ร้อนรู้หนาวกันแล้ว

“ช่างเลือดเย็นนัก” เซี่ยหยวนตบโต๊ะเสียงดัง เพียงแค่ฟังเรื่องราวเท่านี้ เขาก็อยากจะออกไปขอความเป็นธรรมให้น้องสาวแล้ว

“ท่านพี่อย่าได้มีโทสะ ข้าจะจัดการเรื่องนี้เอง” หรูอวี้ไม่ต้องการให้พี่ชายนางเข้ามายุ่ง ในเมื่อนางมีหนทางให้จัดการกับสองแม่ลูกและคุณหนูจวนอื่นได้อย่างง่ายดาย

เซี่ยหรูอวี้เล่าเรื่องต่อหลังจากนั้น ที่นางพบท่านเทพชะตาจนได้มิติแห่งนี้ นางรู้เรื่องภายหลังที่จะเกิดขึ้นในไม่ช้า โดยนำความฝันที่นางเห็นมาเล่าให้ทั้งสองฟัง แต่เรื่องที่นางเป็นนักฆ่า นางไม่ได้เอ่ยถึง ด้วยกลัวว่าทั้งสองจะกลัวนางไปด้วย

“หากเป็นที่เจ้าว่า พี่ก็คิดว่าคงต้องเตรียมการแล้ว” เซี่ยหยวนไม่อยากให้เกิดเรื่องร้ายเช่นนั้นอีก เขาเชื่อในคำพูดน้องสาวไม่น้อย เพราะนางมีมิติที่ได้มาจากเทพชะตา

แตกต่างจากตู้เหลียนที่ยังอาลัยอาวรณ์ในตัวผู้เป็นสามี ดูเหมือนบุตรของนางทั้งสองคนจะสังเกตเห็นความลังเลในตัวของมารดาเช่นกัน

"หากท่านแม่ยังไม่เชื่อในคำข้า ท่านลองขอให้ท่านพ่อสอบสวนเรื่องราวที่เกิดขึ้นในงานเลี้ยงน้ำชาดูก่อนก็ได้เจ้าค่ะ” หรูอวี้เชื่อว่า เซี่ยถงวู่ที่ได้ชื่อว่าเป็นผู้ตรวจการ จะต้องปล่อยผ่านเรื่องในจวนไปอีกตามเคย

ในเมื่อมารดาของนางยังไม่อาจตัดสินใจได้ ก็ต้องปล่อยให้นางพบก็ความซอกซ้ำจนถึงที่สุดไปเสียเลย เซี่ยหยวนก็มองที่มารดาอย่างกังวล มิใช่เขาไม่รู้ว่ามารดารักผู้เป็นบิดามากเพียงใด แต่ความรักที่ผู้เป็นบิดามอบให้พวกเขาสองพี่น้องก็ไม่ได้น้อยกว่าที่มอบให้เซี่ยหรันเซียนเลย

จะต่างกันก็ตรงที่ไม่ว่าเกิดเรื่องใดขึ้นกับเขาและน้องสาว ผู้เป็นบิดามิอาจจะยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือได้สักครั้ง ทั้งที่ตนเองเป็นถึงผู้ตรวจการใหญ่ของเมืองหลวง

“มิใช่ว่าแม่ไม่เชื่อเจ้า แต่ว่า...” ตู้เหลียนบีบมือแน่น นางจะพูดเช่นไรดี นางยังไม่อาจจะทิ้งเซี่ยถงวู่ไปได้ เพราะนางรักเขามากเหลือเกิน และทั้งชีวิตของนางที่เห็นสามีเป็นท้องฟ้า นางจะอยู่ได้เช่นใดหากไม่มีเขา

“ท่านแม่ ข้ากับน้องสาวไม่อาจโทษท่านได้ หากท่านต้องการจะอยู่เคียงข้างท่านพ่อ แต่ข้าก็ไม่อาจทนเห็นน้องสาวของข้าตายได้อีกครั้ง ไม่รู้ว่าหากเกิดเรื่องอีกครั้ง นางจะมีโอกาสได้กลับมาเช่นนี้หรือไม่” เซี่ยหยวนเอ่ยขึ้นอย่างปวดใจ

เขาไม่เสียดายหากจะต้องละทิ้งแซ่เซี่ยที่มีอำนาจในเมืองหลวงไป หากมันจะช่วยให้น้องสาวของเขามีชีวิตรอดต่อไปได้ เขาพร้อมที่จะเริ่มใหม่โดยไม่ต้องมีตระกูลหนุนหลัง

“แม่เข้าใจแล้ว” เมื่อได้ยินคำพูดของบุตรชาย ที่ไม่อาจสูญเสียน้องสาวไปได้อีกครั้ง ตู้เหลียนก็เหมือนจะเริ่มคิดได้ วันนี้นางจะลองเอ่ยเรื่องนี้กับผู้เป็นสามีดู

ไม่ว่าคำตอบของเขาเป็นเช่นใด นางก็พร้อมที่จะให้คำตอบบุตรทั้งสองคนเรื่องที่นางจะไปพร้อมบุตรหรือเลือกที่จะอยู่ต่อ

หากเซี่ยหรูอวี้ได้ยินความคิดของผู้เป็นมารดา นางคงได้แต่กลอกตามองบนกับความรักสามีหลงสามีของผู้เป็นมารดาอย่างแน่นอน

เซี่ยหรูอวี้ยังไม่เข้าใจความรักนัก นางไม่คิดว่าคนเราจะต้องยกทั้งชีวิตไว้ที่คนอื่นได้ ในเมื่อตัวนางก่อนหน้านี้ล้วนแต่ต้องพึ่งตนเองเพื่อให้มีชีวิตอยู่รอดให้ได้

“ออกไปด้านนอกกันเถิด” เซี่ยหยวนแม้อยากจะอยู่สำรวจภายในห้วงมิติของเซี่ยหรูอวี้ต่อ แต่ก็จำต้องออกไป ด้วยกลัวว่าคนด้านนอกจะสงสัยเรื่องที่ทั้งสามหายตัวไปจากห้องของหรูอวี้

“ประเดี๋ยวก่อนเจ้าค่ะ” หรูอวี้หายเข้าไปในห้องด้านใน เพื่อหายาลดไข้มากินกันไว้ก่อน “ไปกันเจ้าค่ะ” นางกลืนยาลงท้องโดยไม่สนใจหาน้ำมาดื่ม ก่อนจะพาทั้งสองออกจากมิติไปด้านนอก

“อวี้เออร์ เจ้านอนพักต่ออีกสักหน่อย แม่จะไปรอพบพ่อของเจ้า” ตู้เหลียนห่มผ้าให้นางอย่างใส่ใจ

หรูอวี้เคยได้รับการดูแลเช่นนี้เสียที่ไหน แม้แต่ตอนที่นางล้มป่วยเมื่อชีวิตก่อน ก็มีเพียงเสี่ยวซานที่แวะมาดูนางเป็นครั้งคราว ด้วยภารกิจของเสี่ยวซานที่เป็นงานเล็กน้อยย่อมมีมากกว่านาง นางจึงต้องดูแลตัวเอง

แต่ตอนนี้มีทั้งมารดาและผู้เป็นพี่ชายที่ห่วงใยนางเพิ่ม นางจะไม่ยอมให้ชะตาชีวิตของทั้งสองต้องมีจุดจบเช่นในความฝันของนางอีกแล้ว นางจะพาทั้งสองออกไปใช้ชีวิตใหม่ด้านนอก

“เจ้าค่ะ” นางยิ้มออกมาเล็กน้อย ก่อนจะหลับตาลงเพื่อพักผ่อน

เซี่ยหยวนเมื่อเดินออกมาจากเรือนน้องสาวจึงได้รู้ว่า เวลาที่เขาเข้าไปอยู่ภายในมิติเดินช้ากว่าด้านนอกมากนัก ด้านในผ่านไปถึงสองชั่วยาม (1 ชั่วยาม = 2 ชั่วโมง) แล้ว แต่ด้านนอกเพิ่งจะผ่านไปเพียงหนึ่งก้านธูป (30นาที) เท่านั้น

“ท่านแม่ ลูกอยากให้ท่านนึกถึงเรื่องที่น้องสาวพูดในวันนี้ให้มากขอรับ” เซี่ยหยวนเอ่ยเตือนมารดา ไม่ให้ใจอ่อนกับผู้เป็นบิดาอีก

“แม่เข้าใจแล้ว” ตู้เหลียนก้มหน้าลงเล็กน้อย ก่อนจะเอ่ยตอบบุตรชายเสียงเบา

เซี่ยหยวนเดินกลับไปที่เรือนพกของเขา โดยที่ไม่ได้ไปโวยวายที่เรือนหลักเช่นทุกครั้งที่น้องสาวถูกกลั่นแกล้ง

บทก่อนหน้า
บทถัดไป